ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มจร (ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์)
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพมั่นคง ระบบรากฐานการศึกษารองรับผู้เรียนนับหมื่นอย่างไร้พรมแดน และแสงสว่างแห่งปัญญาได้รับการจุดประกายผ่านบัณฑิตผู้รับใช้สังคม รวมทั้งพันธกิจด้านการวิจัยได้หลอมรวมพุทธปัญญาเข้ากับวิทยาการสมัยใหม่แล้ว พันธกิจหลักสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก้าวเข้าไปอยู่ในหัวใจของประชาชนอย่างแท้จริงตลอด ๑๓๙ ปี คือการขับเคลื่อน “การบริการวิชาการแก่สังคม” ให้เป็นสะพานเชื่อมพุทธปัญญาสู่การพัฒนาสังคมยั่งยืน ซึ่งเข้าถึงรากหญ้าและรับใช้มวลมนุษยชาติอย่างไม่เคยหยุดยั้ง

มจร ไม่เคยเป็นเพียง “หอคอยงาช้าง” ที่ปิดตัวอยู่หลังกำแพงมหาวิทยาลัย หากแต่ประตูของสถาบันเปิดกว้างออกสู่สังคมภายนอกเสมอ ผ่านโครงการเชิงประจักษ์หลากหลายอันทรงคุณค่าที่สะท้อนความรับผิดชอบต่อแผ่นดินและชาวโลก ที่เน้นการลงพื้นที่ช่วยเหลือ เยียวยา และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในยามที่สังคมเผชิญกับวิกฤตการณ์ต่าง ๆ
ความโดดเด่นของพันธกิจบริการวิชาการแก่สังคม ผ่านโครงการระดับชาติและนานาชาติของ มจร ได้แผ่ขยายร่มเงาแห่งธรรมะไปสู่ทุกมิติของสังคม เช่น

โครงการบรรพชาสามเณรและอบรมเยาวชนภาคฤดูร้อนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจและปลูกฝังคุณธรรมตั้งแต่เยาว์วัย

โครงการพระนิสิตและบัณฑิตอาสาพัฒนาชาวเขา ที่นำความรู้และธรรมะขึ้นไปโอบกอดพี่น้องบนยอดดอยผู้ห่างไกล เพื่อสร้างความเท่าเทียมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

โครงการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ซึ่งทำหน้าที่หล่อหลอมและส่งพระธรรมทูตไทยไปปฏิบัติศาสนกิจประกาศพระสัจธรรมอยู่ทั่วทุกมุมโลก

โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสถ์ ที่เปิดโอกาสและสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนฆราวาสเข้ามามีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นธรรมทูตเผยแผ่พระพุทธศาสนาในระดับสากล

โครงการคิลานธรรม การดูแลเยียวยาจิตใจผู้ป่วยและผู้ยากไร้ในยามเจ็บไข้ได้ป่วยด้วยหลักพุทธธรรม
โครงการพระสอนศีลธรรมในโรงเรียนและสถานอาชีวศึกษาทั่วประเทศภายในพระศีลธรรมจำนวน ๑๘,๐๐๐ รูป
คณาจารย์ พระนิสิต พระธรรมทูต และบุคลากรของ มจร ต่างก้าวเดินออกไปจากห้องบรรยาย สู่โรงเรียน ชุมชน บนยอดดอย และผืนแผ่นดินทั่วโลก เพื่อนำหลักธรรมและความรู้ไปแก้ปัญหาปากท้อง สุขภาวะทางจิต และความขัดแย้ง การบริการวิชาการจึงไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ หากแต่เป็นการให้หัวใจ สร้างความเข้มแข็งจากภายใน เพื่อให้สังคมไทยและโลกเติบโตอย่างร่มเย็นเป็นสุข


การก้าวเดินออกไปโอบกอดสังคมรอบข้างด้วยเมตตาธรรมผ่านพันธกิจบริการวิชาการเหล่านี้เอง ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ตลอด ๑๓๙ ปีที่ผ่านมา มจร คือเสาหลักที่แท้จริงของแผ่นดิน เป็นบ้านหลังใหญ่ที่พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เติมเต็ม และนำพาความสงบสุขร่มเย็นมาสู่ชุมชนสมดังปณิธานของการเป็น “มหาวิทยาลัยเพื่อสังคมและมวลมนุษยชาติ” อย่างแท้จริง
โปรดติดตามตอนที่ ๖ พรุ่งนี้: “รากแก้วแห่งแผ่นดินด้วยการทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม”
